H. Pyroli แบคทีเรียตัวร้าย ตัวก่อมะเร็งกระเพาะอาหาร
H. pylori (Helicobacter pylori) เชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารและแผลในกระเพาะ
H. pylori คืออะไร?
-
Helicobacter pylori (H. pylori) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณเยื่อบุกระเพาะอาหาร สามารถอยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่มีกรดสูง โดยเชื้อนี้เป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ แผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้เล็กส่วนต้น และในบางรายอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
หลายคนที่ติดเชื้ออาจไม่มีอาการ แต่เชื้อสามารถทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของกระเพาะอาหารเป็นเวลานาน
อาการที่อาจเกิดจากการติดเชื้อ H. pylori
- ผู้ป่วยอาจมีอาการดังต่อไปนี้
- ปวดหรือแสบบริเวณลิ้นปี่
- จุกแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย
- ท้องอืด เรอบ่อย
- ปวดท้องขณะท้องว่างหรือเวลากลางคืน
- ในรายที่รุนแรงอาจมีอาเจียนเป็นเลือด หรืออุจจาระดำจากเลือดออกในทางเดินอาหาร
- หากมีอาการดังกล่าวเป็นเวลานาน ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ
วิธีการตรวจหาเชื้อ H. pylori
- ปัจจุบันมีหลายวิธีในการตรวจหาเชื้อ โดยแต่ละวิธีมีข้อดีและวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
- 1. ตรวจเลือด (H. pylori Antibody Test) เป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกัน (Antibody) ต่อเชื้อ H. pylori ในกระแสเลือด
- ข้อดี เจาะเลือดเพียงครั้งเดียว ไม่ต้องงดอาหารเป็นเวลานาน สะดวก รวดเร็ว เหมาะสำหรับการคัดกรองเบื้องต้น
- ข้อจำกัด การตรวจเลือดเป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกาย ไม่ได้ตรวจพบตัวเชื้อโดยตรง ดังนั้นผลบวกอาจเกิดจากการเคยติดเชื้อในอดีต แม้ว่าปัจจุบันเชื้อจะถูกกำจัดแล้ว จึงไม่เหมาะสำหรับใช้ยืนยันผลการรักษาหลังรับประทานยา
- 2. ตรวจอุจจาระ (H. pylori Stool Antigen Test) เป็นการตรวจหาโปรตีนหรือแอนติเจนของเชื้อ H. pylori ในอุจจาระ ซึ่งเป็นการตรวจหาตัวเชื้อโดยตรง
- ข้อดี มีความแม่นยำสูง บ่งบอกการติดเชื้อที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ใช้ติดตามผลหลังรักษาได้ ไม่ต้องส่องกล้อง
- ข้อจำกัด เพื่อให้ผลตรวจมีความแม่นยำ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาปฏิชีวนะอย่างน้อย 4 สัปดาห์ และยาลดกรดชนิด Proton Pump Inhibitor (PPI) อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการตรวจ หรือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
หากผลตรวจเป็นบวก ต้องทำอย่างไร
- หากผลตรวจพบการติดเชื้อ H. pylori แพทย์จะพิจารณาแนวทางการรักษาโดยอ้างอิงจากอาการ ประวัติการรักษา โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ รวมถึงความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย โดยทั่วไป การรักษาอาจประกอบด้วย
- ยาปฏิชีวนะร่วมกัน 2 ชนิดหรือมากกว่า เพื่อกำจัดเชื้อ
- ยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร (Proton Pump Inhibitor: PPI)
- ยาอื่นเพิ่มเติมตามข้อบ่งชี้และดุลยพินิจของแพทย์
- หลังสิ้นสุดการรักษา แพทย์อาจพิจารณานัดติดตามผล และแนะนำการตรวจยืนยันการกำจัดเชื้อตามความเหมาะสม เช่น การตรวจหาแอนติเจนของเชื้อในอุจจาระ (H. pylori Stool Antigen Test) หรือการตรวจลมหายใจ (Urea Breath Test) ทั้งนี้ การเลือกวิธีตรวจและระยะเวลาที่เหมาะสมในการตรวจติดตามขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์เป็นสำคัญ
สุขใจเวลเนส คลินิกเวชกรรม ให้บริการตรวจ H. pylori
- ที่สุขใจเวลเนส คลินิกเวชกรรม ให้บริการตรวจคัดกรองการติดเชื้อ H. pylori โดยแพทย์ พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเลือดเพื่อคัดกรองเบื้องต้น หรือการตรวจอุจจาระเพื่อตรวจหาตัวเชื้อโดยตรง รวมถึงการวางแผนรักษาและติดตามผลอย่างเหมาะสม หากคุณมีอาการปวดท้องเรื้อรัง จุกแน่น อาหารไม่ย่อย หรือสงสัยว่าติดเชื้อ H. pylori สามารถนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยได้ที่สุขใจเวลเนส คลินิกเวชกรรม เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและดูแลสุขภาพกระเพาะอาหารตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
